ต้นทุนร้านอาหารแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก: แรงงาน (30–35%), วัตถุดิบ (25–35%), และต้นทุนคงที่อย่างค่าเช่า ค่าไฟ เทคโนโลยีช่วยได้มากในกลุ่มแรกงานและวัตถุดิบ โดยไม่กระทบคุณภาพอาหาร
ลดต้นทุนแรงงาน — ทำน้อยลง แต่ได้มากขึ้น
ระบบ QR สั่งอาหารทำให้บริกร 1 คนดูแลได้มากกว่า 2 เท่า เพราะไม่ต้องวิ่งรับออเดอร์ทุกโต๊ะ เวลาที่เหลือใช้ไปกับการเสิร์ฟและดูแลลูกค้าแทน ร้านขนาดกลางบางแห่งลดจาก 4 คนเหลือ 2 คนในช่วงกลางวัน ประหยัดค่าแรงได้หลักพันต่อเดือน
ลดของเสียวัตถุดิบด้วยการ track สต็อก
วัตถุดิบเสียก่อนใช้ถึงเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของร้านอาหาร ระบบสต็อกที่ดีตัดของออกอัตโนมัติทุกออเดอร์ และแจ้งเตือนเมื่อใกล้หมด ทำให้สั่งเท่าที่จำเป็น ไม่สต็อกมากเกินจนเสียก่อนใช้
ลดออเดอร์ผิด — ลดต้นทุนซ่อนเร้น
ทุกครั้งที่ทำอาหารผิด ต้องทำใหม่ = เสียวัตถุดิบ 2 ชุด ระบบที่ออเดอร์ส่งตรงจากลูกค้าไปครัว ไม่ผ่านการจดหรือตะโกน ทำให้ออเดอร์ผิดเกือบเป็นศูนย์
วิเคราะห์เมนูที่ไม่คุ้มทำ
รายงานต้นทุนต่อเมนูบอกว่าเมนูไหนมีกำไรต่ำ บางเมนูขายดีแต่ต้นทุนสูงมากจนแทบไม่เหลือกำไร รู้ข้อมูลนี้แล้วปรับราคาหรือตัดออกได้ตัดสินใจบนข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
ระบบ POS ดีช่วยได้จริงแค่ไหน
ร้านที่เปลี่ยนจากระบบเก่า (จดมือ/โทรศัพท์) มาใช้ระบบ POS แบบครบวงจรมักประหยัดได้ 5,000–15,000 บาทต่อเดือน จากการลดพนักงาน ลดของเสีย และลดออเดอร์ผิด ซึ่งมากกว่าค่าระบบหลายเท่า